ดอกอัญชันสีม่วงและเถาอัญชันในสวนป่าริมธาร

04 อัญชันสีม่วง

Butterfly pea
Clitoria ternatea L. · FABACEAE

รู้จักอัญชันสีม่วงภายใน 30 วินาที

ไม้เถาเลื้อยดอกสีน้ำเงินม่วง ใช้แต่งสีอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม โดยสีเปลี่ยนตามความเป็นกรด–ด่าง เหมาะกับกิจกรรมเรียนรู้เรื่องสีธรรมชาติ

ส่วนที่ใช้
ดอกสดและดอกแห้ง

จุดเด่น
สีธรรมชาติและเครื่องดื่ม

รหัสพรรณไม้
SPRT-SP-0004

ข้อมูลชื่อและการจำแนก

  • ชื่อไทย: อัญชันสีม่วง
  • ชื่อท้องถิ่น/ชื่ออื่น: อัญชัน, อัญชันม่วง
  • ชื่ออังกฤษ: Butterfly pea
  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.
  • วงศ์: FABACEAE

ลักษณะทั่วไป

  • ไม้เถาเลื้อย ดอกสีน้ำเงินม่วง สีธรรมชาติเปลี่ยนตามความเป็นกรด–ด่าง

แหล่งกำเนิดและถิ่นอาศัย

  • พืชเขตร้อนของเอเชียและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันปลูกแพร่หลาย ชอบแดดและมีค้างให้เลื้อย

การขยายพันธุ์

  • เพาะเมล็ด; แช่หรือขลิบเมล็ดอย่างระมัดระวังช่วยให้น้ำซึมและงอกสม่ำเสมอ

การปลูกและดูแลรักษา

  • แดดจัดถึงครึ่งวัน มีค้างให้เลื้อย เด็ดดอกและตัดแต่งช่วยกระตุ้นการออกดอก

ด้านอาหารและส่วนที่กินได้

  • ดอกสดหรือแห้งใช้แต่งสีข้าว ขนม และเครื่องดื่ม
  • สีเปลี่ยนจากน้ำเงินม่วงเป็นชมพูเมื่อเติมกรด เช่น น้ำมะนาว

คุณค่าทางโภชนาการ

  • ใช้ดอกเป็นส่วนประกอบปริมาณน้อย ไม่ใช่แหล่งพลังงานหรือโปรตีนหลัก
  • ประโยชน์เด่นในอาหารคือรงควัตถุธรรมชาติ

สารสำคัญและสารให้สี

  • แอนโทไซยานินกลุ่มเทอร์นาทินให้สีน้ำเงินม่วงและเปลี่ยนตาม pH
  • สีไวต่อความร้อน แสง ออกซิเจน และระยะเก็บ

สรรพคุณทางสมุนไพรและระดับหลักฐาน

  • มีงานทดลองและการศึกษาขนาดเล็กในคนบางด้าน แต่ยังไม่เพียงพอให้ใช้รักษาโรค
  • ข้อมูลอาหารทั่วไปไม่เท่ากับความปลอดภัยของสารสกัดเข้มข้น

การนำไปใช้ประโยชน์

  • ดอกใช้แต่งสีอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม
  • ปลูกคลุมค้างและช่วยเพิ่มความหลากหลายในสวน

การแปรรูปและสร้างมูลค่า

  • ดอกสด ดอกแห้ง ผงสี และสารสกัดน้ำเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำได้
  • ควบคุม pH อุณหภูมิ ความชื้น และการปนเปื้อนเพื่อรักษาสี

ข้อควรระวัง

  • ข้อมูลนี้เป็นการใช้ทางอาหารทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเพื่อรักษาโรค

บันทึกจากสวนป่าริมธาร

  • เป็นตัวอย่างเด่นของสารสีธรรมชาติและการทดลองกรด–ด่างที่อธิบายให้ผู้เยี่ยมชมเห็นได้ทันที

แหล่งอ้างอิง

  1. Plants of the World Online — ตรวจสอบชื่อพฤกษศาสตร์
  2. PubMed — ค้นงานวิจัยของชนิดพืช
  3. USDA FoodData Central — ฐานข้อมูลองค์ประกอบอาหาร